เหมาะสมไหม? ตัดเกรดแข้ง แมนยู ตั้งแต่เปิดซีซั่นจนถึงปัจจุบัน

ศูนย์รวมทีเด็ดVIPจากบ้านผลบอล zeanstep 7m สปอร์ตพูล baanpolball สยามกีฬา สยามสปอร์ต ดูทีเด็ดฟุตบอล ทีเด็ดบอลวันนี้ ดูผลบอลเมื่อคืนนี้ การแข่งขันเกมส์เซียนบอลสุดแม่น สถิติเข้าติดต่อกัน20WINS ดูผลบอลสด ผลบอลย้อนหลัง3ปี โปรแกรมฟุตบอลประจำวัน ตารางบอลวันนี้ คืนนี้ พรุ่งนี้ เช็คราคาบอลวันนี้ ดูบอลออนไลน์ ชมไฮไลท์ฟุตบอลล่าสุดอัพเดททุกวัน ติดตามตารางคะแนนฟุตบอลทุกลีกดัง เลือกรับชมผลบอลสดได้5ช่องทางสำรอง ตารางบอลมีการรายงานผลบอลทันทีที่บอลแข่งจบ พร้อมแสดงใบเหลือง ใบแดง ทุกลีก ทุกคู่ ทั่วโลก ทีเด็ดบาส ทีเด็ดบอล เข้าบ้านผลบอลไม่ได้ แทงบาส แทงบอล
slotgame
Posts: 282
Joined: Sat Mar 07, 2026 1:47 pm

เหมาะสมไหม? ตัดเกรดแข้ง แมนยู ตั้งแต่เปิดซีซั่นจนถึงปัจจุบัน

Post by slotgame »

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องจบฤดูกาลนี้แบบไร้ถ้วยแชมป์อย่างแน่นอน แต่สิ่งที่น่าประทับใจก็คือพวกเขามีพัฒนาการในด้านบวก นับตั้งแต่ที่ ไมเคิ่ล คาร์ริค เข้ามากุมบังเหียน

 ทัพ "ปีศาจแดง" รั้งอันดับ 3 ในตารางพรีเมียร์ลีก อังกฤษ และมีลุ้นที่จะคว้าโควตาไปลุยศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้อย่างไม่ยากเย็นนัก เพราะฟอร์มของพวกเขาในเวลานี้มีความดุดัน และสามารถปราบคู่แข่งได้ไม่ยากเย็นนัก 

    การเก็บชัยชนะได้ 7 จาก 10 นัด ภายใต้การคุมทีมของ คาร์ริค ช่วยยกระดับทีมให้เหนือกว่าคู่แข่งแย่งท็อปโฟร์ และฤดูกาลหน้าสาวก "เร้ด อาร์มี่" จะได้เห็นทีมรักกลับไปมีโปรแกรมฟุตบอลถ้วยยุโรปอีกครั้ง

ตำนานแมนยูบุกทุบเซาธ์แฮมป์ตัน 5-3 เกมฉลอง 50 ปี แชมป์เอฟเอคัพ 1976


คล็อปป์ คัมแบ็กแอนฟิลด์! ตำนานลิเวอร์พูลเจ๊าดอร์ทมุนด์ 2-2 เกมกุศลนัดพิเศษ


สโลวีเนียเตือนแมนยู! เชชโก้ ไม่ใช่ของตาย เคลียร์ชัดทีมชาติ

    หลังจากฤดูกาลที่เลวร้ายที่สุดในรอบ 51 ปี ซึ่งจบด้วยอันดับ 15 อันน่าผิดหวัง แมนฯ ยูไนเต็ด กลับมาทำผลงานในลีกได้อย่างน่าพอใจ แม้ว่าจะตกรอบฟุตบอลถ้วยในประเทศทั้งสองรายการตั้งแต่รอบแรกก็ตาม

 ต่อไปนี้คือคะแนนประเมินผลงานของนักเตะแมนฯ ยูไนเต็ดในฤดูกาลนี้จนถึงตอนนี้

ผู้รักษาประตู

เซอเน่อ ลัมเมนส์ : 8

    นายทวารชาวเบลเยียม ทำผลงานได้เกินความคาดหมาย และปรับตัวได้อย่างยอดเยี่ยมกับพรีเมียร์ลีกที่ขึ้นชื่อว่าเข้มข้นและใช้พละกำลังมากที่สุดครั้งหนึ่ง ความนิ่งของเขาช่วยนำความมั่นคงที่ทีมต้องการอย่างมากกลับมาสู่ตำแหน่งผู้รักษาประตู หลังจากก่อนหน้านี้ต้องเจอกับช่วงเวลาวุ่นวายจากนายทวารหลายคนที่ผลงานไม่นิ่ง

อัลตาย บายินเดียร์ : 4 

    ออกสตาร์ทฤดูกาลได้อย่างน่ากังขา และก่อความผิดพลาดหนักในนัดเปิดสนามที่พ่าย อาร์เซน่อล โดย แมนฯ ยูฯ แพ้ไปถึง 3 จาก 6 เกมในพรีเมียร์ลีกช่วงที่ บายินเดียร์ ลงเฝ้าเสา และเขาก็ไม่เคยแสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้รักษาประตูที่คุมเกมหรือสั่งการแนวรับได้อย่างเด็ดขาด เขาไม่ได้ลงเล่นอีกเลย นับตั้งแต่ ลัมเมนส์ เข้ามาแทนที่ในเดือนตุลาคม

กองหลัง

ดีโอโก้ ดาโลต์ : 6

    แบ็กขวาที่แทบจะได้ลงสนามอย่างต่อเนื่องตลอดฤดูกาลรายนี้ ทำผลงานต่ำกว่ามาตรฐานเป็นส่วนใหญ่ และในวัย 26 ปี เขายังไม่สามารถพัฒนาขึ้นไปเป็นฟูลแบ็กสายบุกเต็มตัวอย่างที่เคยแสดงให้เห็นเป็นช่วง ๆ ได้ ผลงาน 1 ประตูกับ 3 แอสซิสต์ถือว่ายังน้อยเกินไป เมื่อพิจารณาว่าเขามีโอกาสทองหลายครั้งที่จะใส่สกอร์หรือมีส่วนร่วมกับประตูได้มากกว่านี้ แต่การมาของ คาร์ริค ช่วยยกระดับผลงานของเขาขึ้นในระดับหนึ่ง

นุสแซร์ มาซราวี : 4

    อาการบาดเจ็บและการต้องไปรับใช้ชาติในศึกแอฟริกา คัพ ออฟ เนชั่นส์ ทำให้ มาซราวี ถูกลดบทบาทลงมาเป็นเพียงตัวสำรอง ซึ่งดูเหมือนจะเป็นสถานะที่เขาถูกคาดหมายไว้ตั้งแต่แรกกับ แมนฯ ยูไนเต็ด โดยเขาได้ลงเป็นตัวจริงเพียง 7 นัดในฤดูกาลนี้ และมีแนวโน้มว่าจะยังคงเป็นตัวเลือกอันดับสองรองจาก ดาโลต์ ต่อไป

แฮร์รี่ แม็กไกวร์ : 7.5

    ยิงประตูที่สำคัญที่สุดในอาชีพกับสโมสร ช่วยยุติการรอคอย 10 ปีของ แมนฯ ยู ในการบุกไปเอาชนะ ลิเวอร์พูล ได้สำเร็จ และยังกลับมาจากอาการบาดเจ็บเพื่อเป็นกำลังสำคัญ พาทีมออกสตาร์ทได้อย่างยอดเยี่ยมภายใต้การคุมทีมของ คาร์ริค แต่ใบแดงในเกมกับ บอร์นมัธ ถือเป็นรอยด่างเล็กๆ ของอีกหนึ่งฤดูกาลที่แข็งแกร่ง แม้ว่าเขาจะต้องพักไปนานถึงสองเดือนก็ตาม

ลิซานโดร มาร์ตีเนซ : 5.5

    กองหลังชาวอาร์เจนไตน์ที่มีปัญหาอาการบาดเจ็บรบกวนบ่อยๆ ทำให้ไม่ได้ลงเล่นเป็นเวลาถึงสองเดือน และเขายังพลาดช่วง 3 เดือนแรกของซีซั่นนี้ เนื่องจากต้องพักฟื้นจากอาการบาดเจ็บเอ็นไขว้หน้าหัวเข่า มาร์ตีเนซ ดูเหมือนจะกลับมาอยู่ในฟอร์มที่ดีที่สุดอีกครั้งในช่วงที่ได้ลงสนามต่อเนื่อง ก่อนจะมาโชคร้ายได้รับบาดเจ็บซ้ำอีกครั้งในเดือนกุมภาพันธ์

มาตไตส์ เดอ ลิกต์ : 5

    ปราการหลังชาวดัตช์กำลังอยู่ในช่วงฟอร์มดีที่สุดกับสโมสรในรอบหลายปี ก่อนจะได้รับบาดเจ็บที่แผ่นหลังเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน นับตั้งแต่นั้นมาเขายังไม่ได้ลงสนามอีกเลย และยังมีความไม่แน่นอนว่า เดอ ลิกต์ จะสามารถกลับมาลงเล่นได้อีกครั้งในฤดูกาลนี้หรือไม่

เลนี่ โยโร่ : 6.5

    นักเตะออกสตาร์ทฤดูกาลได้อย่างน่าประทับใจ ก่อนที่ รูเบน อโมริม จะมีการโรเตชั่นและบริหารจัดการใช้งานเขาได้ไม่ดีนัก ฟอร์มของ โยโร่ จึงแผ่วลงไป แต่ก็ไม่น่าแปลกใจที่ช่วงการลงเล่นเป็นตัวจริงต่อเนื่อง 5 นัดในปัจจุบัน ซึ่งเป็นสถิติยาวนานที่สุดร่วมของเขากับ แมนฯ ยูฯ จะทำให้เขากลับมาทำผลงานได้น่าประทับใจอีกครั้ง

อายเด้น เฮฟเว่น : 5 

    เขาเป็นส่วนหนึ่งของเกมที่ย่ำแย่ในแมตช์พบ กริมส์บี้ ทาวน์ ก่อนจะต้องรอถึง 4 เดือนกว่าจะได้ลงเล่นอีกครั้ง วิกฤตอาการบาดเจ็บในทีมเปิดโอกาสให้  เฮฟเว่น ได้ลงเป็นตัวจริงต่อเนื่อง 8 นัดในช่วงฤดูหนาว และเขายังคว้ารางวัล แมน ออฟ เดอะ แมตช์ ในเกมบ็อกซิ่ง เดย์ ที่เอาชนะ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ได้ด้วย อย่างไรก็ตาม เขายังมีจังหวะผิดพลาดในประตูที่ แมนฯ ยูไนเต็ด เสีย ในเกมที่ไม่สามารถเอาชนะ บอร์นมัธ, ลีดส์ ยูไนเต็ด และ เบิร์นลี่ย์ ได้ และในเกมกับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด เขาถูกเปลี่ยนตัวออกตั้งแต่จบครึ่งแรกหลังลงเล่นไปเพียง 45 นาที

ลุค ชอว์ : 7

    ลงสนามเป็นตัวจริงครบทั้ง 31 นัดของ แมนฯ ยูฯ ในเกมพรีเมียร์ลีก และทำผลงานได้ดีทั้งในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็กภายใต้การคุมทีมของ อโมริม และแบ็กซ้ายในยุคของ คาร์ริค โปรแกรมการแข่งขันที่ไม่ถี่มากนักของทีมมีส่วนช่วยก็จริง แต่ก็ถือเป็นความสำเร็จเล็กๆ ของ ชอว์ ที่เขาสามารถหลีกเลี่ยงอาการบาดเจ็บจนไม่พลาดการลงสนามแม้แต่นัดเดียวตลอดทั้งฤดูกาล

กองกลาง

แพทริค ดอร์กู : 6.5

    มีช่วง 4 เดือนแรกของฤดูกาลที่น่าลืม ก่อนจะถูกเรียกกลับมาใช้งานในเกมกับ แอสตัน วิลล่า ซึ่งกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ปลุกฟอร์มของเขา หลังจากนั้นเขายิงได้ 3 ประตูจาก 7 นัด รวมถึงสองประตูสุดสวยในเกมพบ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด และ อาร์เซน่อล  โดยเล่นได้เป็นธรรมชาติมากขึ้นในบทบาทปีก ก่อนจะได้รับบาดเจ็บกล้ามเนื้อหลังต้นขาจนต้องพักอย่างน้อย 11 สัปดาห์

กาเซมีโร่ : 7.5

    7 ประตู และทุกประตูล้วนมีความสำคัญ ถือเป็นผลงานที่ยอดเยี่ยมสำหรับแข้งวัย 34 ปีที่กำลังใช้ช่วงเวลาสุดท้ายกับ แมนฯ ยูไนเต็ด โดย กาเซมีโร่ อาจมีปัญหาจากการโดนแบนถึง 2 ครั้ง และยังคงมีข้อจำกัดในการเล่นครบ 90 นาที แต่โดยรวมแล้วเขากำลังมีฤดูกาลสุดท้ายที่ดี และยังคงเป็นกำลังสำคัญของทีมในช่วงโค้งสุดท้ายของซีซั่น

ค็อบบี้ เมนู : 7

    เขาได้ออกสตาร์ทเพียงนัดเดียวตลอดทั้งฤดูกาล จนกระทั่ง อโมริม ถูกปลดออกจากตำแหน่งในช่วงต้นเดือนมกราคม ปัจจุบัน เมนู กำลังยึดตำแหน่งตัวจริงต่อเนื่อง 11 นัด และกำลังจะต่อสัญญาระยะยาวฉบับใหม่ เขาทำผลงานได้โดดเด่นเป็นพิเศษในเกมที่ คาร์ริค พาทีมเอาชนะ แมนฯ ซิตี้ และ สเปอร์ส อีกทั้งยังมักจะอยู่ในสนามจนครบเกมแทบทุกนัด

มานูเอล อูการ์เต้ : 3

    ได้เล่นตัวจริงเพียง 9 นัด และ แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะได้แค่เกมเดียวเท่านั้น โดย อูการ์เต้ มีส่วนร่วมใน 5 จาก 8 เกมที่ทีมพ่ายแพ้ในฤดูกาลนี้ (รวมถึงการแพ้ดวลจุดโทษให้กับ กริมส์บี้ ทาวน์)  และทีมยังเสียไปถึง 9 ประตู หลังจากที่เขาถูกส่งลงสนามในฐานะตัวสำรอง เขาไม่ได้เล่นตัวจริงอีกเลยนับตั้งแต่เดือนมกราคม

เมสัน เมาท์ : 5

    เมาท์ ดูเหมือนจะสามารถลบ "อาถรรพ์หมายเลข 7" ของ แมนฯ ยูฯ ได้ภายใต้การคุมทีมของอโมริม จากผลงานที่ยอดเยี่ยมและประตูสวยๆ หลายลูก อย่างไรก็ตาม พอเข้าสู่ช่วงกลางฤดูกาล ปัญหาความฟิตของเขาก็กลับมาเป็นอุปสรรคอีกครั้ง และ เมาท์ เพิ่งจะกลับมาลงสนามได้ไม่นาน หลังต้องพักไปถึงสองเดือนจากอาการบาดเจ็บ 

บรูโน่ แฟร์นันด์ส : 9

    กัปตันบรูโน่คือนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของทั้งสโมสรและลีก แม้เจ้าตัวจะไม่ได้ชูถ้วยแชมป์ในเดือนพฤษภาคม แต่เขากำลังพา แมนฯ ยูฯ กลับไปสู่เวที ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เขาคือผู้เล่นที่สร้างสรรค์เกมได้ดีที่สุดใน พรีเมียร์ลีก และแทบน่าจะการันตีคว้ารางวัลเซอร์ แม็ตต์ บัสบี้ เพลเยอร์ ออฟ เดอะ เยียร์ เป็นสมัยที่ 5 ซึ่งไม่เคยมีใครทำได้มาก่อน

แนวรุก

อาหมัด ดิยัลโล่ : 7.5

    ตัวเลขผลงาน 2 ประตู กับ 2 แอสซิสต์  ไม่ได้สะท้อนคุณค่าที่แท้จริงของ อาหมัด ดิยัลโล่  ฟอร์มของเขามีความสม่ำเสมออย่างมาก และ แมนฯ ยูฯ เป็นทีมที่เล่นได้ดีขึ้นอย่างชัดเจนเมื่อมีเขาอยู่ในสนาม ทั้งในยุค อโมริม และ คาร์ริค มักเลือกใช้แผนที่ไม่มีกองหน้าตัวเป้า โดยอาศัยอิทธิพลในเกมของ ดาวเตะชาวไอวอรี่ โคสต์ รวมถึงการประสานงานกับ ไบรอัน เอ็มเบอโม่  

มาเตอุส คุนญ่า : 8

    คุนญ่า ออกสตาร์ทฤดูกาลได้อย่างดุดัน และฟอร์มพุ่งขึ้นถึงจุดพีคในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา เขายิงประตูสุดยอดได้หลายลูก ช่วยเก็บแต้มให้ แมนฯ ยูฯ ได้ถึง 8 คะแนน และในบทบาทหมายเลข 10 เขายังสามารถปรับตัวไปเล่นเป็นปีกซ้ายภายใต้การคุมทีมของ คาร์ริค ได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ยังเรียกจุดโทษให้ทีมได้อีกสองครั้งในช่วงหลัง

ไบรอัน เอ็มเบอโม่ : 8.5

    ดาวยิงร่วมสูงสุดของแมนฯ ยูไนเต็ด มีทักษะแรกสัมผัสบอลที่ยอดเยี่ยมที่สุดคนหนึ่งของ "ผีแดง" นับตั้งแต่ยุคของ ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ และยังกลายเป็นแข้งที่ขึ้นชื่อเรื่องการยิงประตูในเกมใหญ่ (ใส่ ลิเวอร์พูล, สเปอร์ส, แมนฯ ซิตี้ และ อาร์เซน่อล) แม้ฟอร์มจะดร็อปลงไปในช่วง 6 สัปดาห์หลัง แต่ประตูของเขาก็มีส่วนสำคัญในการพา "เร้ด เดวิลส์" ขึ้นไปอยู่ในพื้นที่ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก  

เบนยามิน เชชโก้ : 7.5

    นักเตะ แมนฯ ยูฯ อีกรายที่ยิงประตูแตะเลขสองหลักได้ แม้จะได้ลงเล่นตัวจริงเพียง 2 จาก 10 เกมภายใต้การคุมทีมของ คาร์ริค แต่ประตูของ เชชโก้ ก็ช่วยเก็บแต้มให้ทีมได้ถึง 10 คะแนน โดยหัวหอกทีมชาติสโลวีเนียเริ่มลบคำสบประมาท และแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการเป็นหน้าเป้าตัวความหวังระยะยาวของ แมนฯ ยูไนเต็ด เขาควรได้รับโอกาสลงเล่นมากกว่านี้ในช่วงหลัง แต่ต้องบริหารอาการบาดให้ดีกว่านี้

https://udm88.net/
สล็อต365 UFA365 แทงบอล365
UFA365 UFA DIAMOND UFADM8 สมัครฟรี คลิ๊กเลย ➢ https://member.ufadm8.com/register.php
สอบถามเพิ่มเติม 🆔 𝙇𝙄𝙉𝙀 : @dm8v1

https://ufa365dm8.com/
https://ufa365dm8.net/
UFA365D 8xufabet สมัครฟรี คลิ๊กเลย ➢ https://member.8xufabet.com/register.php?mk=365D
สอบถามเพิ่มเติม  𝙇𝙄𝙉𝙀 : @dm8v1